นักเรียนไทยสุดยอด สร้างชื่อ คว้า 9 รางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์โลก WRO 2010 : World Robot Olympiad 2010 ระหว่างวันที่ 4 – 9 พฤศจิกายน 2553 ณ เมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ประกอบด้วย 1 เหรียญทองและ 1 เหรียญทองแดง ในประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ 1 เหรียญเงินและ 1 เหรียญทองแดง ในประเภทโรบอทซอคเกอร์ ในประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ 2 รางวัล และที่สำคัญยังได้รับรางวัลพิเศษจากการโหวตของคณะกรรมการอีก 3 รางวัล ซึ่งมีคู่แข่ง 229 ทีม รวมกว่า 1 , 000 คน จาก 22 ประเทศ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน ประกอบด้วยประเทศออสเตรเลีย เดนมาร์ค เยอรมันนี กรีซ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี อิหร่าน โอมาห์น มาเลเซีย เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ อเมริกาใต้ ไต้หวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยูเครน และประเทสไทย โดยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยสายการบิน คาเธย์ แปซิฟิก เที่ยวบินที่ HKG-BKK CX 709 เวลา 23.50 น.ของวันที่ 9 พฤศจิกายน 2553

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้ร่วมกับ สถาบันพัฒนาการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด คัดเลือกและส่งนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ของไทยเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ WRO 2010 : World Robot Olympiad 2010 ระหว่างวันที่ 4 – 9 พฤศจิกายน 2553 ณ เมือง มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ จำนวน 28 ทีม จาก 20 โรงเรียน โดย การแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติซึ่ง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องสร้างโปรแกรม ประกอบหุ่นยนต์และนำไปปฏิบัติภารกิจบนสนาม ส่วนประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ จะเป็นการประกวดโครงงานหุ่นยนต์ในหัวข้อ “หุ่นยนต์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว” และประเภทโรบอทซอคเกอร์เป็นการแข่งขันหุ่นยนต์เตะฟุตบอล แต่ละประเภทการแข่งขันยังแบ่งออกเป็น 3 รุ่นคือ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ผลการแข่งขันปรากฏว่าผู้แทนนักเรียนสามารถกวาดรางวัลจากการแข่งขันได้ถึง 9 รางวัล ดังนี้ ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีได้รับ รางวัล ชนะเลิศ 1 เหรียญทองได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 เหรียญทองแดง ได้แก่ทีมนักเรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพมหานคร ประเภทโรบอทซอคเกอร์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 เหรียญเงิน ได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพมหานคร ประเภทโครงงานหุ่นยนต์อัตโนมัติ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ได้รางวัลชมเชย 2 รางวัลได้แก่ ทีมนักเรียนจากโรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต จังหวัดนครราชสีมา และทีมนักเรียนจากโรงเรียนเพชรวิทย์ จังหวัดตาก นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้รับรางวัลพิเศษ Judge Award ซึ่งเป็นการโหวตจากคณะกรรมการในภาพรวมจำนวน 3 รางวัลได้แก่ โรงเรียนสามเสนนอกประชาราษฎร์อนุกูล กรุงเทพมหานคร โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี และโรงเรียนนารีนุกูล จังหวัดอุบลราชธานี

“กระทรวงศึกษาธิการต้องขอขอบคุณ คุณจักรริน จันทรวิสูตร ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ที่สนับสนุนและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของชาติ โดยการจัดการแข่งขัน คัดเลือก และส่งตัวแทนทีมนักเรียนไทยไปเข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์ในระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่องทุกปี และปีนี้ นับว่าประเทศไทยประสบผลสำเร็จมากกว่าปีที่ผ่านมา ในการเข้าร่วมแข่งขันหุ่นยนต์ในระดับนานาชาติ และได้รางวัลใหญ่ถึง 9 รางวัล ซึ่งน่าภาคภูมิใจที่เด็กไทยของเรามีการพัฒนาศักยภาพ จนสามารถชนะทีมนักเรียนจากนานาประเทศซึ่งมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีมากกว่าเรา ขอแสดงความยินดีและขอเป็นกำลังใจให้กับนักเรียนที่ได้รับรางวัลทุกคน” รมว. ศธ. กล่าว./